หมอถามเอง โรงเรียน “เตรียมแพทย์” ตั้งแต่ ม.1 จำเป็นไหม หวั่นสร้างแผลใจให้เด็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ที่เปิดเป็นโรงเรียนหลักสูตรเตรียมความพร้อมในการศึกษาต่อด้านแพทยศาสตร์ หรือเรียกง่ายๆว่า เป็นโรงเรียนหลักสูตร “เตรียมแพทย์” ตั้งแต่ระดับชั้น ม.1 โดยมองว่าหลักสูตรดังกล่าวมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน และเหตุใดจึงต้องยัดเยียดความคิด ค่านิยม ในการประกอบอาชีพแพทย์ให้กับเด็กตั้งแต่วัยเท่านี้ ทั้งที่เด็กควรจะได้ลองค้นหาสิ่งที่ชอบ รวมทั้งหวั่นว่า การแบกรับความกดดันตั้งแต่เด็ก อาจจะกลายเป็นแผลใจ สำหรับคนที่ไปค้นพบตัวเองภายหลัง ว่าไม่เหมาะกับอาชีพแพทย์ก็ได้

“เตรียมแพทย์” โดย นพ.ณัฎฐชัย รำเพย อดีตรองประธานสภานิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กชื่อ Natthachai Ramphoei พร้อมแท็กไปยังโรงเรียนดังกล่าว ระบุว่า

ผมรู้สึกสะเทือนใจและเศร้าใจมากที่ประเทศเรามาถึงจุดนี้ จุดที่มีโรงเรียนรับเด็กเข้าหลักสูตรเตรียมเป็นแพทย์ตั้งแต่ ม.1 ด้วยเหตุผลต่อไปนี้ (ซึ่งเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น)

  • ข้อนี้สำคัญที่สุด เด็กวัย ม.1 จะมีอายุประมาณ 12-13 ปี เป็นช่วงที่เด็กจะต้องเรียนรู้ว่าสังคมและโลกภายนอกเป็นอย่างไร เพื่อสร้างตัวตนของตัวเอง การที่เอาเด็กในวัยที่กำลังจะสร้างตัวตนมายัดเยืยดภารกิจการเป็นแพทย์ในอนาคตให้ คือรูปแบบการล้างสมองที่เลวร้ายอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองและโรงเรียนสร้างให้เด็ก สำหรับข้อนี้ ผมอยากให้พ่อแม่คิดดีดี ถ้าคุณรักลูกจริง ๆ คุณต้องส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้หลาย ๆ อย่างเพื่อหาตัวตน
  • หากมีการปลูกฝังความอยากเป็นแพทย์ให้เด็กเป็นเวลา 6 ปี (ม.1-ม.6) วันที่เด็กสอบเข้าแล้วไม่ได้เป็นแพทย์ขึ้นมา สภาพจิตใจของเด็กจะเป็นอย่างไร? …เสื้อกาวน์เตรียมแพทย์ที่พวกคุณมอบให้เด็ก ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจะกลายเป็นตราบาปที่ตอกย่ำความล้มเหลวหรือไม่? …ผมสนับสนุนให้เลี้ยงลูกให้มีความสุข รักเขาและยอมรับเขาตามสิ่งที่เขาเป็นในทุกๆแบบน่าจะดีกว่านะครับ ข้อนี้เลวร้ายมากนะ เด็ก “อาจ” มีปัญหาทางจิตเวชได้เลย
  • ข้อนี้ก็สำคัญ ถ้าเกิดว่าระหว่างเรียนเด็กค้นพบว่าตัวเองไม่อยากเป็นแพทย์จะทำอย่างไร? ในเมื่อตัวเองอยู่ท่ามกลางสังคมที่พร่ำบอกว่าต้องเป็นแพทย์ท่ามกลางเพื่อน ๆ ที่อยากเป็ยแพทย์ เด็กคนหนั้นจะกลายเป็นแกะดำทันทีและคงทรมานมาก ๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพ่อแม่ก็ร่วมบังคับให้เด็กเป็นแพทย์ด้วย)
  • สังคมไทยยังอยู่ในค่านิยมผิดๆ เกี่ยวกับการยกย่องว่าเด็กนักเรียนที่เก่งคือเด็กที่จบมาเป็นแพทย์มากพอแล้ว เราไม่ควรส่งเสริมค่านิยมโบราณนี้ แต่ควรส่งเสริมให้ทุกวิชาชีพมีความน่าชื่นชมในแบบของตัวเอง
  • ข้อนี้อาจไม่ชัดเพราะไม่มีข้อมูล แต่การที่เด็กได้เรียนรู้เฉพาะคำว่า “แพทย์” อาจทำให้เด็กโลกแคบลงมาก ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ที่ฝันอยากทำอาชีพอื่นนอกสายสุขภาพเลย ผมไม่แน่ใจว่าถ้าหากเด็กที่ถูกจำกัดให้โลกแคบขนาดนั้นสอบเป็นหมอได้จริง จะมีทักษะทางสังคมมากพอที่จะเป็นหมอที่ดีได้หรือไม่
    สุดท้ายนี้ผมภาวนาว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องจริง โรงเรียนนี้ไม่มีจริง แต่แค่มีใคร prank ทำเวปไซต์กับเพจตลก ๆ ขึ้นมาก็เท่านั้น แล้วผมเช็คดีไม่พอเลยรู้ไม่ทันจนออกมาแสดงความเห็นยาวเยียด เพราะหากโรงเรียนนี้มีจริงๆ มันคือจุดที่เลวร้ายมาก ๆ ของระบบการศึกษาไทยสำหรับผม

“เตรียมแพทย์” ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ทางโรงเรียนที่ถูกอ้างถึง ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Triamwitpattana School : Pre-Medical School ระบุว่า

ทำไม…ถึงต้องมีโรงเรียนเตรียมแพทย์ ในประเทศไทย

โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่มุ่งเน้นเตรียมนักเรียนสู่คณะแพทยศาสตร์และกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพโดยเฉพาะ แห่งแรก และมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนทางเลือกใหม่ สำหรับนักเรียนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และต้องการเสริม พัฒนา ต่อยอด ในสิ่งที่ตนเองสนใจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด และมีความสุข (โดยไม่จำเป็นแค่ต้องเรียนพิเศษอีกต่อไป เพียงเพราะต้องการสอบไล่ในระดับชั้นเรียนปกติ ให้ผ่านพ้นไป ให้ได้วุฒิตามที่หลักสูตรกำหนด แล้วรอสอบเข้าคณะที่ต้องการด้วยสูตรลัดแบบกะทันหัน หรือเสียเวลากับบางอย่างที่ไม่จำเป็น)

เพราะการที่จะเดินสู่เป้าหมายได้อย่างชาญฉลาด สำหรับคนฉลาดและรุ่นใหม่ คือ การรู้เส้นทางและวิธีการที่ถูกต้อง มากกว่าการติวข้อสอบเพียงอย่างเดียว (ตามแนวคิดและพฤติกรรมแบบเดิม ๆ) เพื่อให้สามารถใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า อย่างมีเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการเรียนในชั้นเรียนปกติได้อย่างลงตัว และสมบูรณ์แบบ

ในโลกปัจจุบันนี้ เด็กรุ่นใหม่อาจจะมีวิวัฒนาการทางความคิดที่รวดเร็วกว่าคนในอดีต คือ การที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ รับข้อมูลข่าวสารได้อย่างหลากหลายรวดเร็วจากทุกช่องทาง รวมถึงการเข้าถึงประสบการณ์ตรงในหลายรูปแบบกิจกรรม จึงไม่แปลกที่เด็กรุ่นใหม่จะมีความคิดความอ่านที่รวดเร็ว มีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ “มักจะ” ขาดการสนับสนุน การเปิดใจยอมรับ และต่อยอดจากผู้ใหญ่บางกลุ่มในสังคมเท่าที่ควร

ลุงเจ๊ก สายเปย์ ได้เงินคืนแล้ว 2.8 ล้าน เผยตั้งแต่เป็นข่าว มีสาวโทรมาขอดามหัวใจเพียบ

วันที่ 8 พ.ย.64 นายนรศักดิ์ หรือเจ๊ก ศรีพิรุณทิพย์ อายุ 63 ปี ชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ นำบัญชีเงินฝากธนาคาร มาให้นักข่าวดู ว่าจากเงินสดในบัญชี 3.9 ล้านบาท เหลือ 241.39 บาท หลังจากถูก น.ส.ชนกนันท์ หรือ นัดดา อายุ 27 ปี ชาว จ.สุโขทัย หลอกต้มตุ๋นเงินไปทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท

รวบสาวหลอกลุงสายเปย์ สูญเงิน 10 ล้าน ลุงยังห่วง เอาผ้าห่ม-พัดลมมาให้ถึงห้องขัง
เปิดประวัติ “ลุงเจ๊ก” สายเปย์คนใหม่ เปย์สาวมาแล้ว 15 คน ไม่เข็ดถูกหลอก 10 ล้าน
นายนรศักดิ์ เล่าว่าตอนนี้ฝ่ายหญิงยอมคืนเงินให้แล้ว 2,800,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่แอบใช้โทรศัพท์โอนออกจากบัญชีของตนไป แต่ยังเหลือเงินจากการขายที่ดินอีก 7,500,000 บาท ที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจากัน

ที่ผ่านมายอมรับว่าเจ็บช้ำน้ำใจมากเพราะไม่เคยมีสาวคนไหนจริงใจแม้แต่คนเดียว มีแต่หลอกเอาเงินแล้วหนีไป ทั้งที่ไม่ได้เข้าไปลวนลาม ให้เกียรติมาโดยตลอด ไม่เคยแม้จับมือถือแขน
แต่กรณีคนนี้ มาเหนือเมฆ ขอดูโทรศัพท์ แล้วถามซอกแซก ก่อนจะแอบใช้แอปฯ โดนเงินออกไป ส่วนกรณีการโอนที่ดิน ส่วนตัวคาดว่าน่าจะร่วมกันกับคนซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่และอยากได้ที่แปลงนี้

ที่ดินร่วม 10 ไร่ ตั้งราคาขายทั่วไปไร่ละ 2 ล้านบาท หรือประมาณ 20 ล้าน แต่กลับขายไปเพียง 7,500,000 บาท หรือเท่ากับไร่ละ 750,000 บาท เพราะระหว่างคนซื้อกับคนขาย อยากซื้ออยากขายกันทั้งสองฝ่าย คนหนึ่งอยากได้ที่ อีกคนอยากได้เงิน เพราะไม่ใช่ที่ของตัวเอง

ลุงเจ๊ก บอกด้วยว่า หลังจากเกิดเป็นข่าวไปแล้ว ได้มีผู้หญิงโทรศัพท์มาขอร่วมชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก มาถึงตอนนี้รู้สึกปลง เพราะคิดว่าน่าจะเสียมากกว่าได้ ประกอบกับอายุมากแล้ว ไม่อยากจะถูกหลอกอีก

#คลับเฮ้าส์toxic มาตามคำเรียกร้อง โหนกระแสเปิดใจ “แพน ดาว TikTok” เหยียดคนอีสาน

เปิดใจ “แพน ดาวติ๊กต๊อก” ดรามาเปิดคลับเฮ้าส์เหยียดคนอีสาน ยันสลดถูกด่า “โดนัท” เผยมือทำต้องการให้หัวร้อน

กรณีคนกลุ่มหนึ่ง ตั้งห้องในคลับเฮ้าส์ แล้วพูดเหยียดคนอีสาน จนเกิดประเด็นดราม่าในโลกโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก #คลับเฮ้าส์toxic คนออกมาวิจารณ์กันเดือดว่าควรให้แสงพวกหิวแสงแบบนี้หรือไม่

รายการโหนกระแสวันที่ 8 พ.ย. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ ทนายแดง คุ้มพงษ์ ภูมิภูเขียว ตัวแทนกลุ่มคนอีสาน..บ่ทน , คุณแพน หนึ่งในกลุ่มนั้นที่ไปเหยียดคนอีสาน บอกอยู่ในกลุ่มจริงแต่ไม่ได้ว่าคนอีสาน รวมทั้ง “ลาล่า อาร์สยาม” ที่ออกมาวิจารณ์ในเรื่องนี้

ทนายแดง สรุปแล้วเรื่องนี้ข้อกฎหมายแตะถึงเหรอ?

ทนาย : ก็จะเป็นเทคนิค รายละเอียดนิดนึง เรื่องหมิ่นประมาทคงไม่เข้า เพราะบุคคลที่สามเขาไม่ได้ระบุ แต่พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เป็นความผิดต่อรัฐ ผมคนธรรมดาทั่วไปอาจไม่ใช่ผู้เสียหาย แต่รัฐมันมีข้อความดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างนี้ แต่ภาษากฎหมายเขาไม่ได้บอกว่าดูหมิ่นเหยียดหยามนะ เป็นผู้ใดกระทำการโดยทุจริต นำเข้าข้อมูลอันบิดเบือน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ แล้วไปสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้เกิดขึ้นกับประชาชนคนทั่วไป ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน นี่เป็นข้อกฎหมาย เราก็มองว่าในมุมเรา ทีมงานเรา น่าจะเข้าข้อกฎหมายแล้ว แม้เราไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย แต่ว่ามันเป็นภาระหน้าที่ของทางรัฐต้องไปดำเนินการ

เรื่องนี้คุณไม่พอใจมาก?

ลาล่า : ที่สุดค่ะ ใช้คำว่าเสียใจและไม่พอใจเป็นที่สุดเลย เพราะกลุ่มเราคือกลุ่มศิลปินลูกอีสานโดยแท้จริง เราไปสร้างชื่อเสียง เราทำทุกอย่างเพื่อประเทศ เพื่อพ่อเพื่อแม่ แล้วทำไมคุณต้องมาดูถูกเราขนาดนี้ เพียงแค่พื้นที่เรามันกันดาร คุณเอาอะไรมาวัดว่าบ้านเรามันต้อต่ำ เป็นคนกันดาร คุณรู้หรือไม่ว่าประเทศไทยถูกแบ่งเป็น 4 ภาค แต่ละภาคก็เป็นอุตสาหกรรม เกษตรกรรม บ้านเราคือเกษตรกรรมที่ต้องทำนาข้าวอยู่แล้ว แต่คุณมาใช้คำว่าต้อยต่ำกับพวกเรา เทียบค่าเงินกับพวกเรา แทนที่จะขอบคุณพวกเรามากว่า ด้วยอาชีพ ไมว่าจะเป็นกรรมกร ชาวนา ทำให้คุณมีอยู่มีกิน มีตึกรามบ้านช่อง ที่เขาต้องมาสร้างตึกทนแดดทนฝน หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดินแบบนี้ เหยียดแบบนี้ลาล่าไม่โอเค แล้วลาล่าคิดว่าคนกลุ่มนี้เขาได้รับการศึกษาที่ดี แต่ทำไมจิตใจเขาถึงไม่ดีเลย มาคิดเปรียบเทียบอย่างนี้ ไม่ยอมค่ะ

แพนอยู่ในกลุ่มนั้น กลุ่มนั้นชื่ออะไร?

แพน : พรรคมังกรฟ้า ทำไมชื่อนี้หนูก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ไปรู้จักได้ยังไงกับพรรคนี้?

แพน : ก็เข้าไปในคลับเฮ้าส์ปกติ หนูโดนเขาดึงเข้าไปคุยเล่น แล้วก็ถูกคอกัน ตอนแรกหนูก็โดนเขาด่า แต่พอรู้จักกันเขาก็ไม่ด่าแล้วค่ะ

เขาตั้งห้องมาเพื่ออะไร?

แพน : ส่วนมากที่ตัวหนูเองเข้าไปจะเป็นการไปคุยเล่นมากกว่า บางห้องที่ไปเป็นห้องคุยเล่นค่ะ

ในห้องนั้นส่วนใหญ่เขาพูดถึงเรื่องอะไร พรรคนี้ก่อตั้งมาทำไม?

แพน : เหมือนแต่ก่อนในคลับเฮ้าส์เท่าที่รู้มาจะมีพวก… พูดได้มั้ยคะ (หัวเราะ) เอาเป็นว่าเขาจำกัดพวก 18+ กำจัดพวกนี้ออกไปหมดเลยค่ะตั้งแต่ตอนแรก แล้วไม่มีห้อง 18+

เป็นคนดีขั้นมาอีก?

แพน : แรกๆ ค่ะ

ใครเป็นหัวหน้าห้อง?

แพน : มันหลายๆ คนค่ะ ในพรรคมังกรฟ้ามีหลายคนที่อยู่ข้างใน เลยไม่แน่ใจว่าใคร ไม่มีหัวหน้าทีมค่ะ

ปลั๊ก บุญ เม้ง โอดิน รู้จักมั้ย?

แพน : รู้จักค่ะ

คุณใช้ชื่อในคลับเฮ้าส์ว่าอะไร?

แพน : แพนเฉยๆ ค่ะ

เขาว่าคุณไปเหยียดด้วย?

แพน : มีคนเข้าใจผิดค่ะ มันจะมีอีกแอ็กเคานต์นึงที่ใช้นามว่าเพนนี่ ส่วนหนูชื่อแพน แล้วทีนี้มีคลิปเสียงที่เพนนี่เขาออกมาพูดว่าคนอีสานจกปลาร้า แล้วสื่อเอาไปเขียนว่าแพน ดาวติ๊กต๊อกว่าคนอีสานจกปลาร้า แต่มันไม่ใช่เสียงหนู คนมาโถมหนูเรื่องนี้หนักเลย หนูก็เป็นคนอีสาน อุดรธานี

ทำไมไม่ห้าม?

แพน : หนูห้ามค่ะ คุณบุญก็ห้ามบอกว่าอย่าไปพูดอะไรแบบนี้

เสียงผู้หญิงที่พูดว่าผู้หญิงอีสานมีลูกตั้งแต่ 14 หาพ่อไม่ได้?

แพน : อันนี้หนูไม่แน่ใจว่าใครพูดค่ะ หนูไม่รู้ด้วยค่ะ ไม่ได้เปิดฟังเลยค่ะ

ไม่ได้ปกป้องกันใช่มั้ย?

แพน : ไม่ค่ะ

รู้มั้ยเขากำลังตามล่าพวกหนูอยู่?

แพน : รู้ค่ะ ส่วนตัวหนูไม่โอเคกับการเหยียดเหมือนกันค่ะ แต่เราอยู่ในห้องนั้นค่ะ

ครั้งนึงมีชายคนนึงพูดแล้วหนูขึ้นไมค์บอกว่าช่วยพูดให้มันชัด?

แพน : ใช่ค่ะ อันนี้หนูพูดค่ะ อันนี้เสียงหนูค่ะ เขาพูดก่อนว่ามึงพูดไทยชัดหรือเปล่า ใช่คนไทยมั้ย เขาว่าหนูก่อนเลยเสียดสีไป เขาก็น่าจะคนอีสานค่ะ คือเหยียดกันสองคน โต้กันสองคน กับคนที่น่าจะชื่อว่าโดนัทค่ะ

วันนี้ตัวคุณเองสามารถบอกได้มั้ย ใครเป็นใครอะไรยังไง?

แพน : ลึก ๆ แล้วหนูไม่ได้รู้จักทุกคน รู้แค่บางส่วนค่ะ

รู้จักต้าร์มั้ย?

แพน : รู้จักค่ะ ต้าร์คือปลั๊กค่ะ คุยแต่ในคลับค่ะ

เม้งรู้จักมั้ย?

แพน : รู้จักค่ะ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว

เม้งคือคนไปด่าลิซ่า ย่ำยีลิซ่า มีใครเตือนเขามั้ย?

แพน : น่าจะมีนะคะ เพราะห้องนั้นหนูไม่ได้เข้าไปอยู่ค่ะ

เม้งเล่นโซเชียลชื่อเผือก แต่ตัวจริงชื่อบอล?

แพน : ค่ะ ชื่อเจมส์บอนด์ค่ะ

เจมส์บอนด์เท่ไป ไม่ให้ค่าขนาดนั้น บอลเฉยๆ นี่แหละ โอดินรู้จักมั้ย?

แพน : รู้จักแค่ในคลับค่ะ ไม่ได้สนิทค่ะ

หลายคนตามมาถึงน้อง หลังเป็นกระแสได้คุยกันมั้ย?

แพน : หนูคุยกับต้าร์ค่ะ เขาบอกว่าให้หนูพูดความจริงไปค่ะ

ที่มาที่ไป ผมคุยกับต้าร์ เขาอธิบายว่าการที่เขามาด่าคนอีสาน เพราะเขาถูกกลุ่มคนอีสานบางคนไปด่าเขาก่อน เขาเลยโกรธและด่า แต่การด่าไม่ได้ด่าเฉพาะคน พอใช้คำว่าชาวอีสาน มันหมายถึงทั้งประเทศ อันนี้คือหลัก ฝั่งทนายมองยังไง?

ทนาย : เบื้องต้นอยากบอกน้องแพนอย่างนี้ว่าถ้าอยากให้มีความรู้สึกดีๆ ที่มากขึ้น ยังไงเขามองเหมาโหลไปที่สุด ตอนนี้เขามีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว น้องแพนน่าจะเป็นพยานสำคัญ ถ้าน้องแพนบอกว่าในคลับเฮ้าส์พยายามห้ามเขา ในฐานะเลือดอีสาน น้องต้องให้ความร่วมมือ ที่สภ.ขอนแก่นหรือไปแจ้งที่สภ.อุดรก็ได้ในเบื้องต้น ส่วนการพูดเรื่องแจ้งความ เมื่อวานนี้ อย่างที่บอก ผมถามง่ายๆ อย่างน้องลาล่ามีคนมาบอกน้องลาล่าขายตัว มีผัวมีลูกตั้งแต่อายุ 12 ปี ก็เสียหายแล้ว แต่ทีนี้ความหมายคำว่าบูลลี่ ผมเข้าใจว่าพูดเฉพาะคน แต่นี่ไม่ใช่บูลลี่ นี่โคตรเหง้าศักราช ชัดเจนเลยครับ มันหนักกว่านี้ คนอีสานถือมาก วิถีชีวิตคนอีสาน เขาอยู่บนพื้นฐานได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา ถ้าไม่มีอะไรเต็มที่จริงๆ คงไม่ออกมาตอบโต้หรือทำอะไร บางคนมองว่าคนอีสานโง่ สยบยอม แต่ถ้ารู้มากๆ คือถ้าไม่เต็มที่จริงๆ เขาไม่ออกมายุ่งกลับกัน ที่กล่าวหาคนอีสานกินหมา 99 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าคนในประเทศ 99.99 ที่ไม่เห็นมีใครออกมาเห็นด้วยกับประเด็นที่เกิดขึ้น คาสิโน

Grace

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

คณะก้าวหน้า พบผู้สมัครเลือกตั้ง อบต. ชูโมเดลน้ำประปาดื่มได้เทศบาลอาจสามารถ

พุธ พ.ย. 10 , 2021
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธาน คณะก้าวหน้า พบปะผู […]