นักการเมือง-ทูต เห็นพ้องจี้สหภาพแอฟริกา ขับกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดน

นักการเมือง-ทูต คณะทำงานชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยสมาชิกรัฐสภา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ นักการเมือง-ทูต ผุ้นำธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ตัวแทนภาคประชาสังคม และองค์กรคลังสมอง ในทวีปแอฟริกา เห็นพ้องตรงกันเพื่อเรียกร้องไปยังสหภาพแอฟริกาขับไล่กลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่ง ที่มีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนและได้รับการสนับสนุนจากแอลจีเรีย ให้พ้นจากการเป็นสมาชิก

สาเหตุที่คณะทำงานชุดนี้เรียกร้องให้ขับกลุ่มดังกล่าวพ้นจากที่นั่งในสหภาพแอฟริกา คือ กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวแทนจากประเทศใด ดังนั้นการมีที่นั่งในสหภาพแอฟริกาจึงไม่สอดคล้องต่อแนวปฏิบัติของสหภาพแอฟริกาเสียเอง ที่ระบุว่าเป็นองค์กรศูนย์รวมของรัฐที่มีอธิปไตย

นายฟาห์มี ซาอิด อิบาฮิม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศคอโมโรส กล่าวเสริมว่า การที่กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวมีที่นั่งในสหภาพแอฟริกา ละเมิดแนวปฏิบัติของสหภาพแอฟริกาและกฎหมายระหว่างประเทศด้วย และกลุ่มดังกล่าวยังไม่มีสถานะเป็นรัฐ ไม่มีดินแดน ไม่มีพลเมือง และแม้แต่อำนาจใดในการปกครอง สหภาพแอฟริกาควรแก้ข้อผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ด้วยการขับกลุ่มติดอาวุธนี้พ้นจากการเป็นสมาชิก ซึ่งจะทำให้สหภาพมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย สล็อต

นายอามีน ลากีดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการทูตจากโมร็อกโก และนายอันเดร กาควายา ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การข้อมูลข่าวสารรวันดา ให้ความเห็นเช่นกันว่าในเมื่อแนวปฏิบัติของสหภาพแอฟริกาคือการนำเอาประเทศที่มีอธิปไตยในทวีปมารวมกัน การมีกลุ่มที่ไม่ได้เป็นประเทศหรือไม่ได้มีอำนาจอธิปไตยเป็นสมาชิกจึงขัดต่อแนวปฏิบัติเสียเอง

นายออร์ลันโด ซิมบา ประธานบริหารสมาคมสมาชิกรัฐสภาทั่วแอฟริกา จากประเทศเคนยา พูดสอดคล้องกันว่า สมาชิกสหภาพแอฟริกาถึง 2 ใน 3 ไม่ได้รับรองให้กลุ่มติดอาวุธดังกล่าวเป็นตัวแทนของประเทศใด ดังนั้นการขับให้กลุ่มติดอาวุธนี้พ้นจากสหภาพจะช่วยยุติความเห็นที่ต่างกันในหมู่ประเทศสมาชิกสหภาพแอฟริกา จะได้หันหน้ามาทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสหภาพได้

นายคอสมา บาฮาลี ประธานบริหารสถาบันสันติภาพและความขัดแย้งศึกษา ย้ำว่าการทำตามแผนการที่ยอมรับว่าโมร็อกโกมีอธิปไตยเหนือดินแดนสะฮาราของโมร็อกโกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะองค์การสหประชาชาติและประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกาก็มองว่าแผนการนี้น่าเชื่อถือและมีความจริงจัง

ลิงหิวน้ำ ปาก้อนอิฐจากชั้น 2 โดนหัวหนุ่มอินเดียดับ!

ชายคนหนึ่งในประเทศอินเดีย เสียชีวิตหลังจากถูกลิงตัวหนึ่งโยนก้อนอิฐเข้าไปที่ศีรษะจากชั้น 2 ของอาคารหลังหนึ่ง ในกรุงนิวเดลีเมื่อช่วงต้นเดือน

หลังเกิดเหตุตำรวจระบุว่าชายคนดังกล่าว คือ นายมูฮัมหมัด กูร์บาน วัย 30 ปี อาชีพขายกระเป๋าในร้านค้าแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ ระหว่างเดินทางไปซื้อวัสดุมาทำกระเป๋า โดยหลังจากนายมูฮัมหมัดถูกลิงทำร้ายจนหมดสติ ก็มีการนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้และเสียชีวิตในที่สุด

ตอนแรก ตำรวจระบุว่าชายคนนี้เสียชีวิตจากความประมาทเลินเล่อที่เกิดจากบุคคลไม่ทราบชื่อ จนทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์และหมดสติ แต่เมื่อสอบสวนแล้วกลับพบว่ามีอิฐถูกโยนลงมาจากชั้น 2 ของบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งอิฐนี้เจ้าของบ้านวางไว้บนแท็งก์น้ำเพื่อไม่ให้ลิงเปิดแท็งก์น้ำได้

ตำรวจบอกอีกว่าลิงฝูงหนึ่งไม่ยอมแพ้ จึงจัดการโยนอิฐออกมาเพื่อปิดฝาแท็งก์น้ำ ซึ่งมีอิฐก้อนหนึ่งหล่นลงไปยังระเบียง แต่โชคร้ายที่อิฐอีกก้อนถูกปามาโดนศีรษะของนายมูฮัมหมัด

สคต.เผย ทำความเข้าใจยุโรปเรื่อง “ลิงเก็บมะพร้าว” ราบรื่น ลุ้นสินค้าไทยกลับมาขายได้

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร รวมถึง สคต. ที่รับผิดชอบดูแลในกลุ่มประเทศยุโรป ได้ร่วมมือกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกลุ่มประเทศยุโรป ทำความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงกับผู้ประกอบการในยุโรปและห้างสรรพสินค้าในอังกฤษที่นำผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยออกจากชั้นวาง เนื่องจากองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (PETA) ระบุว่า มะพร้าวไทยมาจากการใช้แรงงานลิงกังที่ถูกจับมาจากป่าและถูกนำมาฝึกให้เก็บมะพร้าว จนผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า และประชาชนในยุโรปเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม โดยในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทูตพาณิชย์และหน่วยงานเกี่ยวข้องได้พูดคุยกับตัวแทนห้างสรรพสินค้าในอังกฤษและประเทศอื่นๆ ในยุโรปแล้ว ซึ่งทั้งหมดเข้าใจในวัฒนธรรมของไทย และที่สำคัญมะพร้าวที่เข้ามาแปรรูปในอุตสาหกรรม ใช้แรงงานคนและเครื่องจักร สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ส่วนลิงขึ้นมะพร้าว เป็นวิถีชีวิตชุมชนที่อยู่คู่กันมานาน ซึ่งจะฝึกเก็บมะพร้าวบริโภคในท้องถิ่น แต่ไม่เข้าไปในระบบอุตสาหกรรม และบางส่วนก็จะเป็นการโชว์ให้กับนักท่องเที่ยว และทูตพาณิชย์ยังจะไปชี้แจงต่อ PETA ถึงข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจและรับรู้ความจริง และมั่นใจว่าหลังจากที่ได้ชี้แจงครบถ้วนทุกภาคส่วนแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการในอังกฤษและประเทศยุโรปอื่นๆ รวมถึงประชาชนในยุโรป เข้าใจในเรื่องนี้ดีขึ้น และจะส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าที่นำผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยออกจากชั้นวาง จะมีการนำข้อมูลไปพิจารณาหรือทบทวนกรณีดังกล่าวใหม่

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมะพร้าวของไทย ได้นำเอกอัครราชทูตของประเทศในยุโรป รวมถึงนักข่าวต่างประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าว เพื่อให้รับรู้ข้อเท็จจริง กระบวนการผลิตมะพร้าวแปรรูปและน้ำกะทิของไทย รวมถึงขบวนการตรวจสอบแหล่งที่มาของมะพร้าวว่าไม่ใช่มาจากแรงงานของลิงกัง

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำเอกอัครราชทูตในยุโรปที่ประจำอยู่ในไทย เช่น เอกอัครราชทูตจากเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตในประเทศอื่นๆ และผู้สื่อข่าวต่างประเทศลงพื้นที่ โดยมีผู้ผลิตน้ำกะทิแบรนด์ชาวเกาะและอร่อยดี มาชี้แจงกระบวนการผลิตและการตรวจสอบแหล่งที่มาของมะพร้าวให้รับทราบ พร้อมทั้งได้นำคณะไปดูล้ง หรือผู้รวบรวมมะพร้าว ที่เป็นเกษตรกรแล้วหันมาเป็นล้ง ซึ่งทั้งหมดสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา โดยทั้งหมดจะเป็นแรงงานคนและเครื่องจักร โดยเฉพาะต้นมะพร้าวที่สูง 20-30 เมตรในปัจจุบันก็มีเครื่องมือในการเก็บมะพร้าวแล้ว

ทั้งนี้ สมาคมฯ จะใช้โมเดลของกะทิชาวเกาะและอร่อยดี ในการให้ผู้ประกอบการรายอื่นปฏิบัติตาม ทั้งการตรวจสอบกระบวนการผลิต รวมถึงการชี้แจงข้อมูลให้กับต่างประเทศได้เข้าใจ ซึ่งจากการลงพื้นที่สัปดาห์ที่ผ่านมาเอกอัครราชทูต นักข่าวต่างประเทศ เช่น รอยเตอร์ส ต่างก็มีความเข้าใจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรกับลิง รวมถึงกระบวนการผลิตมะพร้าวแปรรูปในภาคอุตสาหกรรมของไทยอีกด้วย

สั่งทูตพาณิชย์รีบแจง หลังต่างชาติแบนกะทิไทย ยันใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นวิถีชาวบ้าน

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงข่าวองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (พีต้า) นำผลการวิจัยและออกมาเรียกร้องต่อต้านผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและมะพร้าวจากประเทศไทย กรณีเห็นว่านำลิงเก็บมะพร้าวและทารุณกรรมสัตว์นั้น

กระทรวงพาณิชย์ทราบเรื่องแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ส่วนกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้จะเกี่ยวข้องกับการตลาดจะเร่งติดตามดูแล อยากให้หน่วยงานที่วิเคราะห์วิจัยดูถึงข้อเท็จจริง การที่เกษตรกรหรือผู้เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะลิงเก็บมะพร้าว ก็ไม่ได้หมายความว่าทารุณกรรมสัตว์ เพราะสัตว์ที่ชาวบ้านนำมาเก็บมะพร้าวถือว่าอยู่ในวิถีชีวิต และเป็นการเลี้ยงแบบฝึกเก็บมะพร้าวเฉพาะไม่ใช่การทรมานหรือทารุณสัตว์ตามกลุ่มพีต้าออกมาระบุ

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์มีความพร้อมอาจจะเชิญทูตหลายประเทศให้เข้ามาดูวิธีการเก็บมะพร้าว เพื่อให้รู้วิถีชีวิตของคนไทยและสัตว์เลี้ยงว่าไม่ใช่เป็นการทรมาน ลิงถือว่าได้รับการฝึกฝน ดังนั้น หากนำคณะทูตมาดูวิถีชีวิตในพื้นที่ เชื่อว่าจะทำให้หลายประเทศเข้าใจว่าไม่ใช่การทรมานสัตว์

ทั้งนี้ คงต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่สำคัญจากข่าวดังกล่าวทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ไทยได้มีการออกแถลงการณ์และนำวิถีชีวิตการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะลิงเผยแพร่ออกไปแล้ว ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะให้ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศไปทำความเข้าใจห้างต่างๆ ถึงวิธีการของไทย

แหม่มโพธิ์ดำ ซัด ส.ส.ก้าวไกล นำภาพเก่าทรมานลิง โยงดราม่าปมกะทิไทยโดนแบน

สุดทน! แหม่มโพธิ์ดำขอเอี่ยวการเมือง เผย ส.ส. พรรคก้าวไกลทำเกินไป กรณี นำภาพลิงเก่าจากสื่ออินโดนีเซีย เชื่อมโยงปมดราม่ายุโรปแบนกะทิไทย

จากกรณีที่สังคมกำลังเป็นที่สนใจ หลังซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในสหราชอาณาจักรนำผลิตภัณฑ์มะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว กะทิ และน้ำมันมะพร้าว ออกจากชั้นวาง เนื่องจากตรวจสอบพบว่าแหล่งที่มาของลูกมะพร้าวเหล่านี้ มาจากการใช้แรงงานลิง โดยชี้ว่าเป็นการทรมานสัตว์ และมีการรณรงค์เลิกซื้อผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ก่อนหน้านี้นายนิติพล ได้โพสต์ภาพลิงที่มีการนำเสนอจากสื่อของประเทศอินโดนีเซีย แล้วมีการเชื่อมโยงในประเด็นการทรมานสัตว์

“ปกติจะไม่ยุ่งเรื่องการเมืองเลย แต่เคสนี้กูว่ามันเกินไปหน่อยปะวะ เมื่อ ส.ส. พรรคก้าวไกล นำภาพลิงอินโด และภาพเก่า ๆ ที่คนถ่ายไว้ (ภาพแรกถ่ายที่ไทยปี 53 ภาพที่เหลือนำมาจากสื่ออินโด) มาลงในจังหวะที่กำลังมีดราม่าจากการที่ประเทศไทยถูกใส่ร้ายเรื่องการใช้ลิงเก็บกะทิ จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเกิดขึ้นในไทยไม่นานนี้และเป็นสาเหตุให้ไทยถูกแบนสินค้ากะทิ

ต้องแยกก่อน ระหว่างวิถีชาวบ้าน ที่มีการเลี้ยงลิงในสวน เอามาเก็บกะทิโชว์ (ส่วนตัวกูก็ไม่สนับสนุนนะ) ถ้าเข้าข่ายทรมานสัตว์ เราก็มีกฎหมายตรงนี้อยู่สามารถดำเนินคดีได้ แจ้งความได้เลย เพจประสานเจ้าหน้าที่อุทยานประจำ เขาก็รีบดำเนินการให้

ปัญหาหลักจากเรื่องนี้คือ มีกลุ่มรักสิ่งแวดล้อมที่โยงมั่วไปหมด หาว่าธุรกิจกะทิไทย ใช้ลิงในการเก็บมะพร้าว ทั้งที่ความเป็นจริง กะทิบ้านเราเกรดคุณภาพมาก ส่งขายทั่วโลก ต้องใช้มะพร้าวเป็นล้านลิตร ต้องใช้ลิงกี่ตัว เพ้อเจ้อ แทนที่นักการเมือง จะช่วยปกป้องธุรกิจไทยที่กำลังถูกใส่ร้าย กลับดึงดราม่าโดยไม่เช็คข้อมูลแบบนี้กูว่าใช้ไม่ได้

กูยืนยันนะ ในฐานะที่อยู่เมืองนอกมาตลอดเกินครึ่งชีวิต กะทิไทยแม่งสุดยอด อร่อยสุดแล้ว ถ้าจะมาเจอใส่ร้ายให้ธุรกิจเขาเสียหายโดยไม่มีหลักฐาน คนไทยก็ต้องช่วยกันปกป้อง ส่วนกลุ่มค้ากะทิไทย ก็ต้องติดสลากชัดเจน ว่าไม่มีการใช้สัตว์ในอุตสาหกรรม คนซื้อก็จะได้สบายใจด้วย”

Grace

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

เตือน 11 อำเภอ "โคราช" ระวังน้ำท่วมอีก เขื่อนลำตะคองระบายน้ำ

จันทร์ ต.ค. 25 , 2021
“โคราช” ออกประกาศเตือนประชาชนใน 11 อำเภอ เฝ้าระวัง […]